Shelter LGBT โรมานซ์ หนังรักหวานๆ ของหนุ่มนักเซิร์ฟ

Shelter 2007 Review

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รับการกล่าวถึงหลายครั้งในบทวิจารณ์ภาพยนตร์ ภาพยนตร์ที่แสนหวาน น่ารัก ของบรรดาหนุ่มนักเซิร์ฟ บทของหนังที่จะออกไปทางแนวรักโรแมนติก แต่กลับได้รับคำชมจากนักวิจารณ์หนังเกย์ว่า เป็นเรื่องรักหวานที่หาเรื่องไหนเปรียบไม่ได้

เมื่อความฝันในการเข้าเรียนโรงเรียนศิลปะถูกขัดขวาง แซค(Trevor wright) จึงได้ใช้เวลาไปกับการทำงานอย่างสิ้นหวัง พร้อมทั้งช่วยเหลือพี่สาว(Jackson Wurth) ในการดูแลลูกชายของเธอ แซคใช้เวลาว่างไปกับการเล่นเซิร์ฟ (กระดานโต้คลื่น) และออกไปเที่ยวกับเพื่อนสนิท เก๊บ (Ross Thomas) ที่อาศัยอยู่ภายในตัวเมือง เมื่อ ฌอนพี่ชายของเก๊บกลับมาบ้าน เขาทำให้แซคเข้าใจถึงพรสวรรค์และพร้อมที่จะดึงความเห็นแก่ตัวออกมา แซคตกหลุมรักฌอน จึงพยายามดิ้นรนเพื่อสนองความต้องการของตัวเองและครอบครัวของเค้า

นี่เป็นหนังอินดี้ที่ไม่เหมือนใคร ภาพยนตร์อินดีหลายเรื่อง มักจะจบลงด้วยการยอมรับทางลัดที่ผู้กำกับบังคับให้จัดการ จากสิ่งที่ผู้กำกับและนักแสดงหลักสองคนกล่าวในความคิดเห็น ภาพยนตร์จะถูกถ่ายให้จบภายในสามสัปดาห์ ซึ่งจะถ่ายทำอยู่ในสถานที่เดิมๆ ยกเว้นหัวข้อเรื่องของความไม่ชัดเจน หรือ ฉากที่ไม่สามารถเห็นได้ชัด ฉากบางฉาก อย่างเช่น แซคกับโทริ แฟนสาว บนหน้าผาที่ชายหาด หรือฉากที่ แซคและฌอนพูดกันในสวนที่บ้านพ่อเลี้ยง เขาใช้แสงจากดวงอาทิตย์ได้อย่างสวยงาม และการตัดต่อกับภาพของมหาสมุทรที่ลงตัว บางครั้งก็เป็นที่น่าแปลกใจว่า ทำไมภาพเหล่านี้จึงมีมากกว่าภาพที่แสดงให้เห็นว่าแซครักในการเล่นเซิร์ฟ ผู้กำกับหลายคนเติบโตได้ดีภายใต้สภาวะการถ่ายทำที่หนาแน่น อย่างน้อย โจนาห์ มาร์โควิช ก็เป็นหนึ่งในนั้น

Shelter “ความรักคือที่พักใจที่ดีที่สุด” หนังเกย์อินดี ฟิลกู๊ด ที่ทำให้คุณรู้สึกว่านี่เป็นหนังเกย์

“Shelter” มีสถานที่และวัฒนธรรมที่สวยงามมาก นักเล่นเซิร์ฟเหล่านี้อยู่ในสังคมโซเชียล เก๊บที่เกือบจะเป็นบทที่ตายตัว ที่สามารถเห็นได้ง่ายๆ เขา แซคและฌอน พบว่าเป็นชายหนุ่มที่ดูเป็นธรรมชาติ สนใจการเล่นเซิร์ฟ การดื่มเบียร์ เล่าเรื่องตลก และการวางตัว แซคและจินนี่ หลั่งไหลเข้ามาทำงาน ทำให้เห็นได้ว่าชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพวกเขา เช่นเดียวกับฌอนและเก๊บ ที่แสดงออกมาให้เห็น แซคขับรถกลับไปบ้านอีกครั้ง ทั้งๆ ที่อยากจะออกไปจากความสิ้นหวังที่เกิดจากจินนี่

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เห็นถึงความเป็นเกย์ที่ชัดเจน ไม่มีความเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ไม่กล่าวถึง การตกแต่งแปลกๆ เซนส์ทางด้านแฟชั่นของชายหนุ่ม ที่คว้าเสื้ออะไรมาใส่ก็ได้ ไม่มีข้อมือที่อ่อนแอ ไม่มีการเข้าคลับ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีการตั้งแคมป์เช่นเดียวกัน แซคและฌอนอาจเป็นเพศชายที่มีการปรับตัวเข้ากันได้ เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นภาพยนตร์แนวเกย์ แต่พล็อตเรื่องก็ไม่ได้ถูกวางอย่างเคร่งครัดเพื่อกลุ่มของ LGBT เท่านั้น ซึ่งเป็นการเปิดกว้างสำหรับทุกคนและเป็นภาพยนตร์ที่ทุกคนสามารถเพลิดเพลินได้

ดังนั้นสิ่งที่สามารถอธิบายว่าอาจจะพบกับความรุนแรง หรือความน่ารัก ฌอนแสดงออกเรื่องเพศด้วยความสบายใจ แซคมีแฟนเป็นระยะนาน ถึงแม้ว่าจะมีคำแนะนำให้ลดความสัมพันธ์ของพวกเขาลง เพิ่มความเป็นเพื่อนให้มากขึ้น เป็นวิธีที่ดีในการอธิบายเรื่องนี้ แต่เขาเคยคิดถึงเรื่องการถูกดึงดูดให้กับผู้ชายหรือไม่ การยอมรับความจริงในเรื่องเพศที่แตกต่างจากเดิมของเขา ดูเหมือนจะง่ายจนเกินไป ใช่! เขาโดนรับแรงกดดัน และอยู่ในสภาวะที่ตึงเครียด แต่ฉากเหล่านั้นดูเหมือนจะเป็นการบังคับให้ฌอน รอบรับอารมณ์ของแซคเป้นอย่างมาก ไม่ว่าจะช่วงเวลาใด อาจเป็นเพราะฌอนมีอายุที่มากกว่า เมื่อเวลาผ่านไป ฌอนก็ยังคงรอแซคด้วยวงแขนที่เปิดกว้าง เมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่นๆแล้ว “ฉันควรเกรงใจ ไม่ว่าเขาเป็นใคร”

หนังยังหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่ลึกซึ้งเกินไป แซคกลัวว่าคนอื่นจะพูดอย่งไร ถ้าความสัมพันธ์แบบใหม่ของเขากลายเป็นที่รู้จัก เขาเป็นเพื่อนของพี่ชายที่ดีที่สุดของเพื่อนของเขา และเพื่อนที่ดีที่สุดนั้น เห็นได้ชัดเลยว่าเป้นคนที่เขาชอบใจ แต่เมื่อเก๊บและแซคพูดคุยกัน เก๊บคือทุกสิ่ง “ดีแล้ว มันเจ๋งออก ฉันเป็นคนที่นายคุยกันได้ทุกเรื่องนะ หรือไม่ชายคนนั้นดูดีไหม นายสามารถดึงดูดให้ชายคนนั้นเดินตามได้ไหม” มันเป็นเรื่องง่ายๆ แม้ว่า “คุณจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพี่น้องของฉันก็ตาม” จุดสำคัญของเรื่องคือ จินนี่ ที่เธอมักพูดถึงสิ่งต่างๆ เช่น เธอไม่ต้องการให้ลูกชายอยู่รอบๆ ตัวฌอน หรือทำไมนายถึงใช้เวลานี้กับฌอน กับแซค แต่ในฉากสุดท้ายที่สำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้ ทุกอย่างหยุดและเกือบจะไม่มีบทพูดอะไร แม้แต่โทริ แฟนของแซค ก็ดูเหมือนว่าไม่ได้สนใจ จากนั้นก็ไม่เห็นฉากใดๆ ของคนเหล่านี้ ที่ค้นหาความจริงใหม่ๆ ของแซคเลย แต่ละคนเหมือนจะรู้ข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อได้ทำการสนทนากับแซค และนั่่นคือบางส่วนของเรื่องซุบซิบที่เกิดขึ้นภายในแมืองแห่งนี้

สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นความชอบนั่นคือสิ่งที่กลายเป็นความขัดแย้งหลักที่ไม่ใช่เรื่องที่ธรรมดาสำหรับภาพยนตร์เกย์ การเล่นกับโรคหวาดกลัวของแซค เขาใส่ความฝันด้วยการทำงานที่ได้ค่าแรงต่ำเพื่อที่จะเข้าโรงเรียนศิลปะ พี่สาวของแซคที่เล่นกับความรู้สึกรับผิดชอบของเขาด้วยการให้ดูแลลูกชายวัย 5 ปีของเธอ ในขณะที่เธอออกไปกับบุคคลอื่นทั้งคืน ในความสัมพันธ์ระหว่างแซคและโคดี้หลานของเขา เป็นสิ่่งที่น่าสนใจ ซึ่งทำให้เขาเป็นนักแสดงหนุ่มที่ไร้ตัวตนได้อย่างเหลือเชื่อ และในลายละเอียดสุดท้ายของผู้ที่ช่วยให้โคดี้และอนาคตของเขากลายเป็นสิ่งที่ดี ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ สิ่งนี้อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกที่และทุกเมื่อ มันไม่ใช่วิกฤตอย่างโรคเอดส์ ไม่ใช่สิ่งที่จะต้องเลือกปฏิบัติ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดความแตกแยก

นี่คือด้านบวกของภาพยนตร์ มีตัวละครที่น่ารัก คอยดูแล ที่จบลงด้วยเสียงคลื่นและแสงอาทิตย์อัสดง การจบลงด้วยเสียงหัวเราะ ถือเป็นการจบที่ดี ไม่มีใครที่ต้องเสียใจ(?) แต่ก็ยังมีบางอย่างที่เล็ดลอดในความคิดออกมา อย่างเช่น ตัวละครอื่นที่ยอมรับเกย์ได้ง่ายเกินไป(?) ซึ่งแน่นอนว่าจะดีมากหากเกิดขึ้นในชีวิตจริง